5.jpg

AW ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยภาครัฐ-เอกชนลงนาม คำแถลงเจตจำนงการพัฒนาบุคลากร AI และยานพาหนะไฟฟ้า จุดมุ่งหมายคือการผลิตแรงงานให้กับอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาเวิร์คช็อปพัฒนาบุคลากร สนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนาหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Industrial AI Literacy and Application for Non-Technical Students” ร่วมกับตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชนชั้นนำและสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำกว่า 20 แห่ง ลงนามข้อตกลงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องกมณทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ปานเพิ่มศักดิ์ อรุณี ผู้ช่วยเลขาธิการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์ชั้นนำ รวมถึงผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ความร่วมมือทั้ง 2 ด้าน ได้แก่

1. หลักสูตร “ความรู้ด้าน AI อุตสาหกรรมและการประยุกต์สำหรับนักศึกษาที่ไม่ใช่ด้านเทคนิค” จุดมุ่งหมายคือการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับนักศึกษาที่ไม่ใช่ด้านเทคนิค เพื่อให้ใช้เทคโนโลยี AI ในบริบทอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความร่วมมือจาก 8 หน่วยงาน ได้แก่ Huawei Technology (Thailand) Co., Ltd., Alibaba Cloud (Thailand) Co., Ltd., Com7 Public Co., Ltd., Dahua Technology (Thailand) Co., Ltd., Thai IoT Association, Food Institute, Intel Semiconductor (US) LLC. และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

2. การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จุดมุ่งหมายคือเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีผู้ลงนาม 12 ราย ได้แก่

ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไมล์ เซฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ซูส อีวี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พระนครยานยนต์ จำกัด

ภาคการศึกษา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, คณะวิศวกรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ศูนย์วิจัยและเรียนรู้ยานยนต์พลังงานใหม่, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ที่ไหน ดร. ปานเพิ่มศักดิ์ อรุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวว่า “ก.พ. มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูง มีทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกแห่งการทำงานแห่งอนาคตและสามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคมได้อย่างแท้จริง”

การลงนามในบันทึกความเข้าใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ในการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคต จุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานไทยให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน