ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มจำหน่าย ปรากฏอยู่ในแนวคิด The Urban First Movers ก้าวแรก… ที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของคุณ อีก 3 รุ่น สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ได้แก่ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ใหม่ เผย 9 เฉดสีใหม่ พร้อมพิธีกรหน้าใหม่จากวง “LYKN” ที่จะพาความสนุกมาสู่แก๊ง Iconic ตามมาด้วย ผู้นำฮอนด้าคนใหม่ ซึ่งหมายความว่าทั้งด้านหน้าได้รับการอัพเกรดด้วยสีใหม่ และระบบเบรก ABS เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ในที่สุด, ฮอนด้า เวฟ 110 ใหม่ สมบูรณ์แบบ มอเตอร์ไซค์ครอบครัวยอดนิยมที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทย รูปลักษณ์ใหม่ให้ความทันสมัย ประหยัด คุ้มค่า และทนทานตามมาตรฐานฮอนด้า

นายไดกิ มิฮาระ ผู้บริหารระดับสูง รองประธานกรรมการ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายปีทำให้เราสามารถมอบ “ความสุข และอิสระในการขับขี่” จนบริษัทกลายเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ชั้นนำของโลกด้วยส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกมากกว่า 40% คาดว่ายอดขายจะสูงถึง 21 ล้านคันในปีงบประมาณนี้พร้อมกับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลกซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 60 ล้านคันภายในปี 2573 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง เราได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวเพื่อคว้าโอกาสที่นำเสนอจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดรถจักรยานยนต์
“ทุกๆ สองคน จะมีหนึ่งคนที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (EV) เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”
“ฮอนด้าพร้อมที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มกำลังต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในประเทศไทย เราถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกในยุคแรกๆ และได้วางรากฐานสำหรับนวัตกรรมไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2561 ด้วยรุ่น Benly e: และ CUV e: และวันนี้เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Honda UC3 ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์โดยสารไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นแรกที่สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาใหม่ของฮอนด้าในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda WN7 ที่นำเสนอ ในงานมิลาโนโชว์” “ชื่อ “ฮอนด้า” ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์แต่ยังมุ่งหวังที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ขณะเดียวกัน เราต้องการเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่งและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับสังคมไทย” มร. ไดกิ มิฮาระ กล่าวเสริม

นายยูอิจิ ชิมิสึ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยถือเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฮอนด้าในเอเชียและเป็นศูนย์กลางหลักของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในภูมิภาค โดยในปี 2568 ตลาดรถจักรยานยนต์ของไทยมีมูลค่ารวม 1.73 ล้านคัน ไทยฮอนด้าสามารถส่งมอบผลงานที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์กว่า 1.40 ล้านคัน เติบโตถึง 102% เมื่อเทียบเป็นรายปี และรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดของเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
การแข่งขันทางธุรกิจจะเข้มข้นขึ้นในปี 2569 แต่เราพร้อมปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ไทยฮอนด้าประเมินตลาดรถจักรยานยนต์รวม 1.68-1.73 ล้านคัน ตั้งเป้ายอดขาย 1.36-1.40 ล้านคัน ฮอนด้าจะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ของคนไทยในทุกด้าน พร้อมมีแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวม 11 รุ่นตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ในปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของฮอนด้าในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยด้วยการเปิดตัวฮอนด้า UC3 ใหม่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นแรกที่จำหน่ายให้กับผู้ใช้งานโดยตรง ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ “การผสมผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานของฮอนด้าเพื่อให้การเดินทางมีประสิทธิภาพ การขับขี่ที่ปราศจากมลภาวะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกด้วย” มร. ยูอิจิ ชิมิสึ กล่าวเสริม

ฮอนด้า UC3 ใหม่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แนวคิด “The Urban First Movers ก้าวแรกในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบเดิมๆ” ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการด้านการขนส่งของชาวเมืองในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 6 kWh ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP มาตรฐานสากล UNR136 และสามารถเดินทางได้ไกลถึง 122 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด Econ, Standard, Sport และระบบ Reverse Assist Function เพื่อรองรับการถอยหลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย ไฟหน้า LED พร้อมแถบไฟในตัว หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับ Honda RoadSync ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน Honda SMART KEY พอร์ตชาร์จ USB Type-C และพื้นที่เก็บข้อมูลต่างๆ พร้อมโครงสร้างเฟรมเสถียรภาพที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นใจในทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังเปิดตัว Honda ev Charger แห่งแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และมีแผนขยายการใช้งานให้มากกว่า 230 สถานีในปีนี้ และอีก 800 สถานีในปี 2572

ในขณะที่กลุ่มเอทีคาร์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ใหม่ ได้กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Iconic Gang แก๊งค์รุ่นใหม่ที่ลุยทุกกระแส” โดยมีวง “LYKN” เป็นพิธีกรคนใหม่ ถ่ายทอดความสนุกและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ 9 เฉดสีใหม่ 3 สไตล์ให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Club 12 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีชมพู สีขาว-สีฟ้า สีดำ-สีแดง และสีเทา-ขาว ในราคาแนะนำ 55,100 บาท ตามมาด้วยรุ่น Prestige มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีดำ และสีขาว ในราคาแนะนำ 53,700 บาท และรุ่น Urban มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีฟ้า และสีดำ ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

ตามด้วย ฮอนด้า ลีด125 ใหม่ มาพร้อมแนวคิด “มิติใหม่แห่ง Minimal” อีกระดับของความเรียบง่าย “ไปอีกขั้นของความเย็น” ถ่ายทอดมิติใหม่แห่งไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านความแตกต่างของสีใหม่พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่เน้นรูปลักษณ์สปอร์ต ทันสมัย เสริมความมั่นใจในระบบเบรก ABS และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว Honda Lead125 ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่น พร้อมโทนสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS มีให้เลือก 2 สี สีดำ และสีเทา ในราคาแนะนำ 67,000 บาท และรุ่น CBS มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีขาว-ดำ ในราคาแนะนำ 62,000 บาท

ปิดท้ายด้วย ฮอนด้า เวฟ110 ใหม่ทั้งคัน รูปลักษณ์ใหม่ ทันสมัยยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยสีตัวรถและโลโก้ตราสัญลักษณ์สีทองแดง มาพร้อมกับตัวบ่งชี้ดีไซน์ใหม่เพรียวบาง ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสะดวกสบายและช่องเก็บของด้านหน้า ตะขอแขวนอเนกประสงค์และพอร์ตชาร์จ USB Type-C เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรกรวม (CBS) และเพิ่มระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์อัจฉริยะ Honda 110cc พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI ที่แข็งแกร่ง ทนทาน และคล่องตัว พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 71.4 กม./ลิตร All-New Honda Wave110 จำหน่ายล้ออัลลอยรุ่นพิเศษ 2 สี คือ สีขาว-น้ำตาล และ สีดำ-น้ำตาล โดยราคาแนะนำอยู่ที่ 48,800 บาท รุ่นล้ออัลลอยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ เทา-น้ำตาล น้ำเงิน และแดง ราคาแนะนำ 48,300 บาท รุ่นที่มีซี่ล้อ ระบบสตาร์ทแบบแมนนวล และดิสก์เบรก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา-ดำ น้ำเงิน-ดำ และน้ำตาลดำ ราคาแนะนำอยู่ที่ 46,300 บาท รุ่นที่มีซี่ล้อ สตาร์ทเท้า และดรัมเบรกมีจำหน่ายเป็นสีดำ ราคาแนะนำอยู่ที่ 39,000 บาท
ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
ไอจี: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
ยูทูป: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA