นายเวทัง พวงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กรมสนับสนุนข้าราชการพลเรือน กล่าวถึงผลการติดตามและรายงานข่าวปลอมของศูนย์ป้องกันข่าวปลอมแห่งประเทศไทย (AFNC) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายชัยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ในการป้องกันและแก้ไขความมั่นคงและภัยคุกคามทางสังคม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลที่บิดเบือน
ณ วันที่ 12 มีนาคม 2026 AFNC ได้ตรวจสอบและพบข้อความทั้งหมด 164,022 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องตรวจสอบทั้งหมด 15,038 ข้อความ สำหรับช่องที่พบเบาะแสมากที่สุด 15,031 ข้อความ มาจาก Social Listening รองลงมาคือ ช่อง Line Official 6 ข้อความ และช่องเว็บไซต์ 1 ข้อความ มีเรื่องที่ต้องทบทวนอยู่ 37 เรื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบแล้ว 8 เรื่อง โดย 8 เรื่องเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากที่สุดและเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง 6 เรื่องข่าวปลอม ได้แก่
อันดับ 1 ข่าวจริงเกี่ยวกับการจ้างคนมาเปิดเครื่องจำลองม้า โทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับสูงสุด 300,000 บาท
อันดับ 2 ข่าวจริง MRT ประกาศใช้บัตร EMV แบบไร้สัมผัสเต็มรูปแบบ เริ่ม 1 มิถุนายน 2569
อันดับ 3: ข่าวปลอม ปปง. ปล่อยให้เหยื่อถูกนักต้มตุ๋นหลอก ลงทะเบียนผ่านหน้าสำนักงานลงทะเบียนเพื่อรับเงินคืนและบล็อกบัญชีของคุณ
หมายเลข 4: ข่าวปลอมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา
อันดับ 5: ข่าวปลอมเกี่ยวกับแรงงานกัมพูชามากกว่า 700,000 คนปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ ยินดีจ่ายเงินเพื่อให้ได้สัญชาติไทย

ข้อ 6: ข่าวปลอมเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น OR เริ่มต้นพอร์ต 1,260 กำไร 441 ได้รับต่อวันผ่านเพจ Facebook กลยุทธ์การชนะระยะสั้น
อันดับ 7 ข่าวปลอม ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ ted-sets8000 เพื่อให้บริการด้านการลงทุน
ข้อ 8: ข่าวปลอมรัสเซียประกาศใช้เงินบาท ซื้อขายน้ำมันแทนสกุลเงินอื่น

อันดับ 1 นี่คือข่าวจริง เช่น “จ้างเปิดเครื่องจำลองม้า มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 300,000 บาท” สำนักงาน กสทช. กิจการโทรทัศน์ และ กสทช. ยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” โดยมอบหมายให้เปิดซิมการ์ดให้ผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นใช้ชื่อของเราในการลงทะเบียนซิมการ์ด ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพ.ศ. พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2568)
– ผู้รับเหมาที่เปิดซิมการ์ด มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
– ผู้ใดจัดหา ซื้อ ขาย หรือโฆษณาม้าจำลอง จะต้องระวางโทษจำคุก 2-5 ปี และปรับ 200,000-500,000 บาท
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือสแกนใบหน้าเพื่อเปิดซิมการ์ดให้ผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม กระทรวง DE เป็นห่วงประชาชน ส่วนการรับรู้ข่าวลวงที่แพร่ระบาดทางอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย หากไม่มีความรู้ การส่งต่อข่าวปลอมก็ทำให้คนเชื่อข้อมูล สร้างความเข้าใจผิดที่อาจทำลายทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลและมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อคนในสังคม โดยขอให้ประชาชนเลือกศรัทธา เลือกแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเผยแพร่โดยหน่วยงานทางการเท่านั้น และคุณควรตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวสารหรือลิงก์เว็บไซต์ด้วย
เมื่อพบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือนสามารถให้เบาะแสและค้นหาข่าวปลอมได้ทางสายด่วน 1111 ต่อ 103 87 (24 ชม.) หรือประมาณ
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| ไลน์ไอดี: @antifakenewscenter
| Facebook: ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย
| X: @AFNCThailand
| TikTok: @antifakenewscenter
| ไอจี: afnc_thailand/
